Netflix เข้าซื้อธุรกิจ "มิลลาร์เวิร์ล"

"มาร์ค มิลลาร์" เจ้าพ่อวงการการ์ตูนผนึกกำลังกับผู้นำแพลตฟอร์มความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลกเพื่อสร้างผลงานประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ทั่วโลก

ฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย 7 สิงหาคม 2017 - Netflix Inc. ประกาศเข้าซื้อบริษัท "มิลลาร์เวิร์ล" ค่ายยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตหนังสือการ์ตูนที่ก่อตั้งโดย "มาร์ค มิลลาร์" สุดยอดผู้สร้างตัวละครและเรื่องราวระดับตำนานอย่าง "คิกแอส" "คิงส์แมน" และ "โอลด์แมนโลแกน" รวมทั้งหนึ่งในเสียงพากย์การ์ตูนระดับพระกาฬ

และ "มิลลาร์" จะร่วมมือกันผลักดันผลงานแฟรนไชส์ตัวละครที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลามและมีฐานแฟนคลับอย่างเหนียวแน่นผ่านภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการสำหรับเด็กที่หลากหลาย ให้สมาชิก Netflix ได้รับชมทั่วโลกที่นี่ที่เดียว นอกจากนี้ "มิลลาร์เวิร์ล" ยังเดินหน้าเขียนและตีพิมพ์เรื่องราวและแฟรนไชส์ตัวละครใหม่ๆ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Netflix อีกด้วย

การเข้าซื้อธุรกิจครั้งแรกถือเป็นปฐมบทแรกของ Netflix และเป็นความพยายามในการทำงานร่วมกับผู้สร้างมือทองมากฝีมือโดยตรงเพื่อซื้อทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์เรื่องราวที่มีตัวละครชื่อดังและอาณาจักรนวนิยายอมตะ ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยข้อกำหนดของสัญญาการซื้อธุรกิจครั้งนี้

"เท็ด ซารันดอส" ประธานบริหารฝ่ายเนื้อหาของ Netflix กล่าวว่า "ในฐานะผู้สร้างและผู้พลิกโฉมเรื่องราวและตัวละครที่น่าจดจำที่สุดในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น "ดิ อเวนเจอร์ส" ของค่ายมาร์เวล ไปจนถึง "คิกแอส" "คิงส์แมน" "ฮีโร่เพชฌฆาตสั่งตาย" และ "ครูพิเศษจอมป่วน" หลายภาคของ "มิลลาร์เวิร์ล" ต้องเรียกได้ว่า "มาร์ค" เปรียบเหมือน "สแตน ลี" ในยุคใหม่นี้ เราตื่นเต้นที่จะได้ผนึกกำลังความคิดสร้างสรรค์ของ "มิลลาร์เวิร์ล" และ Netflix เข้าด้วยกันและพลิกโฉมหน้าศักราชใหม่ในการเล่าเรื่องราวระดับโลกให้ทุกคนเห็น"

มิลลาร์กล่าวว่า “เราเพิ่งได้เห็นปรากฏการณ์การเข้าซื้อบริษัทหนังสือการ์ตูนครั้งใหญ่ระดับนี้เป็นครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ ผมชื่นชมสิ่งที่ Netflix กำลังทำอย่างมากและตื่นเต้นไปกับแผนงานที่วางไว้ Netflix คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่และที่นี่คือที่ที่เหมาะกับ 'มิลลาร์เวิร์ล' ที่สุดแล้ว"

"มิลลาร์" บริหารงาน "มิลลาร์เวิร์ล" ร่วมกับ "ลูซี่ มิลลาร์" ภรรยา และถือเป็นสุดยอดผู้สร้างหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกนวนิยายและการ์ตูนกราฟิก ในช่วง 8 ปีที่ร่วมงานกับค่าย "มาร์เวล" เขาสร้างสรรค์หนังสือการ์ตูนและเรื่องราวที่จุดประกายให้เกิดเป็นภาพยนตร์ "อเวนเจอร์ส"Avengers "กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก" และ "โลแกน" (วูล์ฟเวอรีน) ซึ่งโกยเงินรายได้ทั่วโลกถล่มทลายกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้ง "มิลลาร์เวิร์ล" "มิลลาร์" และผู้สร้างร่วมได้คลอดผลงานพร้อมตัวละครระดับโลกออกมาอีกสิบแปดเรื่อง สามเรื่องฮิตจากผลงานดังกล่าวอย่าง "ฮีโร่เพชฌฆาตสั่งตาย" "คิกแอส" และ "คิงส์แมน" ทำเงินจากการออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกรวมกันเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์

"มาร์คสร้างอาณาจักรการ์ตูนยุคใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยตัวละครที่เฉียบขาดและทุกคนทั่วโลกเข้าถึงได้ เราพร้อมสร้างผลงานใหม่ของ Netflix จากแฟรนไชส์ที่มีอยู่หลายๆ เรื่อง รวมทั้งซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์ใหม่ ฮีโร่ด้านมืด เรื่องราวแฟนตาซี ไซไฟ และสยองขวัญที่มาร์คและทีมงานเตรียมสร้างและเข็นออกมาสู่สายตาผู้ชม"

เกี่ยวกับ Netflix

Netflix คือผู้นำแพลตฟอร์มความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลกที่มีสมาชิกถึง 104 ล้านคนในจำนวนกว่า 190 ประเทศ มีผู้ชมรายการทีวีและภาพยนตร์ รวมถึงซีรีส์ สารคดี และภาพยนตร์ทาง Netflix คิดเป็นจำนวนชั่วโมงมากกว่า 125 ล้านชั่วโมงในแต่ละวัน สมาชิกสามารถรับชมได้มากตามต้องการ รับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางหน้าจอของอุปกรณ์ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต สมาชิกสามารถเล่น หยุดรับชมชั่วคราว และกลับมารับชมต่อได้ โดยไม่มีโฆษณาคั่นหรือข้อผูกมัดใดๆ

เกี่ยวกับ "มาร์ค มิลลาร์" และ "มิลลาร์เวิร์ล"

"มิลลาร์เวิร์ล" เป็นบริษัทสื่อบันเทิงที่บริหารงานโดย "มาร์ค" และ "ลูซี่ มิลลาร์" โดยบริษัทและศิลปินชั้นนำแต่ละคนที่ร่วมงานกับบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวละครในการ์ตูนทั้งหมดที่ร่วมกันสร้าง โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะแฟรนไชส์ระดับโลกในช่วง 14 ปีที่ผ่านมาทั้งในแวดวงสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ เสื้อผ้า วิดีโอเกม และของเล่น ในขณะร่วมงานกับค่าย "มาร์เวล" มาร์คเขียนหนังสือการ์ตูนที่ขายดีที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคนั้น ซึ่งส่งอิทธิพลต่ออาณาจักรแฟรนไชส์ภาพยนตร์มาร์เวล หนังสือ "ดิ อัลทิเมตส์" ที่เขาเขียนได้รับการขนานนามจากนิตยสารไทม์สว่าเป็น "หนังสือการ์ตูนแห่งทศวรรษ" และบทประพันธ์ชุด "ซูเปอร์แมน" ที่เขาเขียนอย่าง "เรดซัน" ยังขึ้นแท่นการ์ตูนกราฟิกชุด "ซูเปอร์แมน" ที่ขายดีตลอดกาล

ด้านบน