"เอลเลน ดีเจนเนอเรส" เตรียมถือไมค์แสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้สเปเชียลทาง Netflix

  • "เอลเลน ดีเจนเนอเรส" เตรียมถือไมค์แสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้สเปเชียลทาง Netflix
  • การแสดงคอมเมดี้สเปเชียลครั้งนี้ถือเป็นการโคจรกลับมาจัดสแตนด์อัพคอมเมดี้ของ "เอลเลน" อีกครั้ง
  • เอลเลน ดีเจนเนอเรสกล่าวว่า "ฉันแสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ขอย้ำว่า 15 ปีเลยนะคะ ตอนนี้กำลังเขียนบทอยู่ อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบอีกทีว่าจะเปิดกองถ่ายทำโชว์นี้ให้ Netflix ที่ไหนและเมื่อไหร่ ทำเองก็ตื่นเต้นเอง แล้วก็หวังว่าคุณผู้ชมจะตื่นเต้นที่ได้ชมด้วย"

ประวัติของ "เอลเลน ดีเจนเนอเรส":

"เอลเลน ดีเจนเนอเรส" ถือเป็นเจ้าแม่แห่งวงการโทรทัศน์และผู้บุกเบิกวงการบันเทิง เสียงพูดแนวการ์ตูนอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอทำให้ผู้ชมจดจำได้แม่นตั้งแต่ครั้งจัดแสดงสแตนด์อัพคอมเมดี้ครั้งแรกมาจนถึงผลงานทางจอแก้ว จอเงิน และโลกวรรณกรรมในทุกวันนี้ "เอลเลน ดีเจนเนอเรส" โด่งดังจากการจัดรายการทอล์คโชว์ช่วงกลางวันอย่าง "ดิ เอลเลน ดีเจนเนอเรส โชว์" ซึ่งเข้าสู่ซีซันที่ 15 แล้ว รายการนี้กวาดรางวัลเอมมี่ของรายการภาคกลางวันไปมากถึง 59 รางวัล พิธีกรฝีปากกล้าที่มีรางวัลพ่วงท้ายนี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นพิธีกรงานประกาศผลรางวัลออสการ์ งานไพรม์ไทม์เอ็มมีส์ และงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่ โดยล่าสุด "ประธานาธิบดีโอบามา" ได้มอบเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดีให้แก่ "เอลเลน" เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 นอกจากนี้ "เอลเลน" ยังได้รับรางวัล Mark Twain Prize for American Humor ประจำปีครั้งที่ 15 จาก "สถาบันจอห์น เอฟ. เคนเนดีเพื่อศิลปะการแสดง" ในเดือนตุลาคม 2012 ความสำเร็จอันท่วมท้นของ "เอลเลน" ยังรวมไปถึงรายการสแตนด์อัพคอมเมดี้สเปเชียลทางช่องเอชบีโออย่าง “The Beginning” และ “Here and Now” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเข้าวงการใหม่ๆ เส้นทางสายบันเทิงของ "เอลเลน" เริ่มจากบทบาทพิธีกรในคลับแสดงตลกที่บ้านเกิดในนิวออร์ลีนส์ จากนั้นจึงขยับมาจับงานการแสดงทางโทรทัศน์โดยรับบทในซิทคอมชื่อดังหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทในเรื่อง "These Friends of Mine" ทางช่องเอบีซี หลังจากจบซีซันแรก ซีรีส์เรื่องนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็น "Ellen" โดยออกฉายตั้งแต่ปี 1994-1998 และกวาดเรตติ้งถล่มทลาย "เอลเลน" ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมี่ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากทุกซีซัน และได้รับรางวัล Peabody Award ในปี 1997 รวมทั้งรางวัลเอมมี่ จากบทบาทผู้เขียนบทในตอน "Puppy Episode" ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ซึ่งเป็นตอนที่ตัวละครที่เธอรับบทบาทเปิดเผยตัวตนในฐานะเลสเบี้ยนและมียอดผู้ชมทุบสถิติถึง 46 ล้านคน

ด้านบน